[ReviewMovie]Oasis: Supersonic

posted on 13 Nov 2016 09:15 by jap007598 in Director directory Entertainment

 

Oasis: Supersonic

 

 

รายละเอียด

 

ผู้กำกับ : Mat Whitecross

ค่ายหนัง : Mint Pictures

หมวดหมู่ :  Documentary, Music

เรท : ทั่วไป

ความยาว : 122 นาที

ฉายในระบบ : 2D (Digital)

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

          หลังจากที่ปรับตัวกับการทำงานและจัดการธุระปะปังเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มที่จะมีเวลาว่างงงงง 555 เลยแอบไปดูหนังมา รอบนี้ไปดูหนังสารคดีซะด้วย เป็นหนังสารคดีเรื่องที่สองที่ได้ดูในโรงเลยล่ะ ซึ่งเกี่ยวกับวงดนตรีสุดเฮี้ยวของเกาะอังกฤษนามว่า Oasis ซึ่งก่อนหน้านั้นสักเดือนนึง ผมก็ไม่ค่อยรู้จักวงนี้มากนัก รู้แต่ว่าเคยดังมากกกก เพลงที่ฟังก็ฟังแค่ Wonderwall เพลงเดียว แต่ด้วยความอยากลองอยากรู้ว่าหนังสารคดีเกี่ยวกับวงดนตรี มันจะเจ๋งได้ขนาดไหน ผมก็เลยต้องไปทำการบ้าน ไล่ฟังเพลงของวงมาก่อนซักหน่อย 

          เกริ่นกันก่อนซักนิดนึง Oasis เป็นวงดนตรี Rock 'n' Roll จากเกาะอังกฤษ ประกอบด้วยนักร้องนำบ้าสุดโต่ง Liam Gallagher, มือกีต้าร์โซโล่อีโก้จัด Noel Gallagher ซึ่งเป็นพี่ชายของเลียมนั่นเอง, มือกีต้าร์คอร์ด Bonehead, มือเบส Guigsy และมือกลอง (คนล่าสุดในหนัง) Alan White ซึ่งต้องบอกเลยว่าเพลงของพวกเขาโคตรสุดยอดดดดด โดยเฉพาะอัลบั้มแรกๆ ที่ทำให้ดังเปรี้ยงปร้างเป็นพลุแตก Oasis เพียงแค่ 3 ปี พวกเขาสามารถจัดคอนเสิร์ตในสเกลคนดูเกือบ 3 แสนคน!!! (ตามข้อมูลคือมีคนมารอซื้อ 2.5 ล้านคน แต่มีแค่เกือบ 3 แสนที่ได้ดู) และซิกเนเจอร์ประจำตัวของ Oasis ก็คือ ไม่แคร์โลก มั่นใจในตัวเองสูง พูดตรง อยากพูดอะไรพูด ปากหมาด่าสาดเสียเทเสีย ซึ่งถ้าเป็นในปัจจุบันทำตัวแบบนี้คงไม่ได้ผุดได้เกิด แต่ในสมัยนั้นดันไปถูกใจแฟนเพลงซะงั้น แม่งก็แปลกดี 5555

          แล้ว Oasis: Supersonic ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลยยย เนื้อเรื่องทั้งหมดจะเป็นการเล่าเรื่องการเดินทางของวง Oasis ตั้งแต่เลียมและโนลเด็กๆ เลย ไปจนถึงคอนเสิร์ตที่ Knebworth ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นจุดพีคสูงสุดของพวกเขา หนังจะเล่าเรื่องผ่านบทสัมภาษณ์ของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงในแต่ละเหตุการณ์สำคัญๆ ซึ่งจะฉายไปพร้อมกับวิดีโอฟุตเตจที่ผู้กำกับรวบรวมมาได้ ซึ่งมันก็เป็นฟุตเตจเก่าๆ เก่ามากกกก ตั้งแต่ปี 1990s นู่น เกือบ 30 ปีได้ ภาพมันเลยแตกกระจุยกระจาย อาจทำให้ปวดตาเวลารับชมได้ 555 แต่มันก็ทำให้ผู้ชมอย่างเราๆ ได้ดูโมเมนต์ดีๆ น่ารักๆ หลุดๆ บ้าๆ ตั้งแต่วงพึ่งก่อตั้ง ซึ่งฟุตเตจแบบนี้มันหาชมได้ยากมาก โคตรจะแรร์ไอเท็มเลย

 

"ซึ่งฟุตเตจเหล่านี้มันหาชมได้ยากมาก โคตรจะแรร์ไอเท็มเลย"

 

"เอาจริงๆ แค่ได้เข้ามานั่งฟังเพลงกับบทสัมภาษณ์เด็ดๆ ผมแม่งก็ฟินแล้ว"

 

          ด้วยความที่วิดีโอฟุตเตจเหล่านี้มันไม่ค่อยมี บางทีผู้กำกับก็จะใช้วิธีเล่าเรื่องผ่านสไลด์ภาพเก๋ๆ คูลๆ ที่มีลูกเล่นเยอะแยะไปหมด ผมชอบมากกกกก มันดูเพลินๆ ดี ครีเอทสุดๆ บางทีก็นำเอาเทคนิคแอนิเมชั่นมาประกอบด้วย ด้วยเทคนิคเหล่านี้มันก็เลยทำให้หนังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของวงได้อย่างมีคลาสและลื่นไหล เราจะได้เห็นการเติบโตของ Oasis ตั้งแต่ไม่มีอะไรเลย ไปจนถึงช่วงที่ Oasis โด่งดังระเบิดระเบ้อ ในทุกๆ มุมความคิด ทุกๆ คำบอกเล่าของคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น อย่างตอนเซ็นสัญญากับค่ายเพลงครั้งแรก นี่เล่ากันแทบทุกคนในวงเลย แม้กระทั่งเจ้าของค่ายเพลง หรือได้เห็นเลียมกับโนลเปิดสงครามน้ำลายกันก็สนุกไปอีกแบบ เจอความเรื้อนของทั้งคู่แบบนี้ก็ฮาแตกสิครับ 555

          แต่ด้วยความที่หนังต้องเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ตามไทม์ไลน์ของวง มันเลยไม่สามารถเรียงลำดับตัดต่อเรื่องราวได้ตามใจชอบ ทำให้ผมรู้สึกว่าอารมณ์ตลอดทั้งเรื่องมันเลยค่อนข้างจะสวิงมาก เดี๋ยวตื่นเต้น เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวหาว เดี๋ยวตลก เดี๋ยวโมโห เดี๋ยวก็เศร้า เดี๋ยวฟิน เอ้ากลับมาเศร้าอีกละ คนดูแบบผมก็ปรับอารมณ์ตามไม่ทันน่ะสิ 5555 สำหรับสิ่งที่ผมชอบที่สุดคือตอนที่เค้าเล่าถึงที่มาของเพลงในวงต่างๆ (ส่วนมากจะเป็นเพลงดังๆ) รู้สึกมันทำให้เราอินกว่าเดิมขึ้นอีกเยอะ ยิ่งตอนเพลงนั้นดังขึ้นมาด้วยยิ่งอินสุดๆ ตอนชมงานเสียงของหนังเรื่องนี้เลย ไฟล์เสียงยอดเยี่ยมมากกกก คมชัดเข้าถึงอารมณ์ หรือบางไฟล์เสียงก็เป็นไฟล์เสียงตอนที่อัดสดๆ ด้วย อินไซด์สุดๆ

          สรุปเลยดีกว่า ผมถือว่าหนังเรื่องนี้อยู่ในเกณฑ์ดีเลย สามารถเล่าประวัติของวงได้อย่างมีมนต์ขลังด้วยบทสัมภาษณ์และฟุตเตจเทพๆ พร้อมกับลูกเล่นอื่นๆ อีกมากมาย แถมได้เห็นข้อมูลอินไซด์ๆ อีกเพียบ ความสนุกมันอยู่ที่เหตุการณ์ต่างๆ ในหนังซะเยอะ ไม่รู้จะเล่ายังไงเดี๋ยวจะเป็นการสปอยไป 55 เอาจริงๆ แค่ได้เข้ามานั่งฟังเพลงกับบทสัมภาษณ์เด็ดๆ ผมแม่งก็ฟินแล้ว แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรงคือถ้าคุณไม่รู้จักวงนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ผมก็ไม่แนะนำให้ดูซักเท่าไหร่ คือมันจะไม่ค่อยอินไปกับเพลงหรือเหตุการณ์ต่างๆ แต่!!! ถ้าคุณมีใจรักในเสียงดนตรี และกล้าที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ คุณก็จะได้รู้จักกับ แพชชั่นทางดนตรีที่สุดยอด บทเพลงที่ติดหนึ่งในอัลบั้มขายดีที่สุดตลอดกาล และตำนานวง Rock 'n' Roll ที่ยิ่งใหญ่ !!!!!

 

  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คะแนน

 

 

คะแนนจาก Koma : 7.5/10

คะแนนจาก IMDb : 8.3/10 จากผู้โหวต 1,400 คน

Metascore : 71/100

คะแนนจาก Rotten Tomatoes : 83% => Fresh!!!

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

ถึงแม้ว่าสิ่งที่คุณทำมันจะไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม

แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าให้คุณหยุดอยู่แค่ตรงนั้น

 

ตอนหนังจบแม่งเสียงเพลง The Masterplan ขึ้นมา

ผมนี่อารมณ์ขึ้นตาม ร้องเพลงกลางโรงหนังเลย 555

สนุกดีเหมือนกัน แต่สงสารคนข้างๆ ><

 

สุดท้ายนี้ถ้าผิดพลาดประการใดก็กราบขออภัยนะครับ -/\-

 

Comment

Comment:

Tweet